ข้อมูลทั่วไป

ขื่อบริษัท

บริษัท  อินเตอร์  ฟาร์อีสท์  วิศวการ จำกัด (มหาชน)

ประกอบธุรกิจ

ผลิตและจำหน่ายพลังงานทางเลือก

ที่ตั้งสำนักงานใหญ่

33/4  อาคารเดอะไนน์ ทาวเวอร์ ชั้น 29 ถนนพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร  10320

เลขทะเบียนบริษัทเลขที่

0107537001561 เลขบัญชีนายจ้าง  (พรบ.ประกันสังคม) สนญ. 1000061418

ทุนจดทะเบียน

1,445,115,770  บาท

ทุนชำระแล้ว

963,404,346   บาท

เว็บไซต์
โทรศัพท์

0 -2168-1378-86

โทรสาร

0 -2168-1387

ประวัติความเป็นมาและการเปลี่ยนแปลงของบริษัท

จดทะเบียนก่อตั้งบริษัทภายใต้ชื่อ “บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ วิศวกิจ จำกัด” ด้วยทุนจดทะเบียน 0.5 ล้านบาท เป็นหุ้นสามัญจำนวน 5,000 หุ้น มูลค่าตราไว้หุ้นละ 100 บาท และเริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2521 โดยเป็นหน่วยงานเพื่อให้บริการด้านเครื่องปรับอากาศและซ่อมบำรุงรถขนส่งให้แก่บริษัทในเครือสหพัฒนพิบูล  ต่อมาปี 2523 บริษัทได้เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ วิศวการ จำกัด  และเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 1 ล้านบาท หลังจากนั้นบริษัทได้มีการขยายและเติบโตขึ้นเป็นลำดับดังนี้

2019
2019

2554

จากความร่วมมือกันระหว่างสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตลาดหลักทรัพย์
แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เรื่องการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียน สำหรับในปีนี้ บริษัทได้รับการจัดอันดับอยู่ในเกณฑ์ด้านบรรษัทภิบาลที่ดีมาก (Companies with Very Good CG Scoring)
ในส่วนการประเมินด้านคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2554 ที่ผ่านมา ทางสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ได้ประเมินให้บริษัทได้รับคะแนนอยู่ในระดับ ดีมาก

2019

2555

ต่อมาเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2555 บริษัทได้ดำเนินการจำหน่ายเงินลงทุนและภาระผูกพันโครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ของบริษัท ไอเฟค กรีน เพาเวอร์ พลัส จำกัด, บริษัท เจเคอาร์ พลังงาน จำกัด และบริษัท อาร์พีวี พลังงาน จำกัด ให้กับ บริษัท โรงพิมพ์ตะวันออก จำกัด (มหาชน) (“EPCO”) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สำหรับปี 2555 บริษัทฯ ได้มีการขยายกิจการของบริษัท เพิ่มเติม 2 แห่ง คือ สาขานครราชสีมา และสาขาระยอง ดังนั้น ทำให้บริษัทฯ มีสาขารวมทั้งสิ้น 13 แห่ง ดังนี้

  1. สาขารามคำแหง
    เลขที่ 6 ซอยรามคำแหง 24 แยก 2 (ถาวรธวัช 1) แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร
  2. สาขาสาทร
    เลขที่ 79 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร
  3. สาขาบางเขน
    เลขที่ 76/46,48 หมู่ที่ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร
  4. สาขาบางนา
    เลขที่ 2-90 ซอยบางนา-ตราด 25 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร
  5. สาขาเชียงใหม่
    เลขที่ 104/12 หมู่ที่ 7 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

  6. สาขาพิษณุโลก
    เลขที่ 888/52-53 ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก
  7. สาขาศรีราชา
    เลขที่ 133/56 ซอยเซนต์ปอลล์ ถนนสุขุมวิท ตำบลศรีราชา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
  8. สาขาระยอง
    เลขที่ 102/2 หมู่ที่ 6 ตำบลทับมา อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง
  9. สาขานครราชสีมา
    เลขที่ 2112/27 ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
  10. สาขาขอนแก่น
    เลขที่ 114/79-80 ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
  11. สาขาสุราษฎร์ธานี
    เลขที่ 141/77 ถนนกาญจนวิถี ตำบลบางกุ้ง อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
  12. สาขาภูเก็ต
    เลขที่ 65/4-5 หมู่ที่ 1 ถนนเทพกระษัตรี ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต
  13. สาขาหาดใหญ่
    เลขที่ 276,278 ถนนคลองเรียน 1 ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

สำหรับในเรื่องของโครงการ Corporate Governance Report of Thai Listed ประจำปี
2555 บริษัทได้รับการประเมินจากสามองค์กร คือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับ
หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.), ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสมาคม
ส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ที่ได้ร่วมกันทำการประเมินบริษัทจดทะเบียน
ในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยบริษัทให้ได้รับการประเมินคะแนนที่อยู่ในระดับที่ดีมาก
(Very Good) เหมือนเช่นปีที่ผ่านมา
ส่วนการประเมินด้าน “คุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2555” ทางสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุน
ไทย ซึ่งเป็นแกนนำในการคุ้มครองปกป้องสิทธิของผู้ลงทุนในหลักทรัพย์ต่างๆ นั้น ได้ทำการประเมิน ให้บริษัทได้รับผลคะแนนในระดับ “ดีเยี่ยม”

2019

2556

ในส่วนของโครงการ Corporate Governance Report of Thai Listed ประจำปี 2556
ที่ผ่านมาบริษัทได้รับการประเมินจากสามองค์กร คือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.), ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ที่ได้ร่วมกันทำการประเมินบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยบริษัทได้รับการประเมินคะแนนอยู่ที่ในระดับที่ดีมาก (Very Good)
ส่วนการประเมินผลคุณภาพ AGM “คุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2556” ทางสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ซึ่งเป็นแกนนำในการคุ้มครองปกป้องสิทธิของผู้ลงทุน
ในหลักทรัพย์ต่างๆ นั้น ได้ทำการประเมินให้บริษัทได้รับผลคะแนนในระดับ “ดีเยี่ยม”
ในปี 2556 ที่ผ่านมาบริษัทได้มีการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 407,792,810 บาท เป็น
1,376,300,733 บาท โดยเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Right Offering: RO) จำนวนไม่เกิน 203,896,405 หุ้น เสนอขายแก่นักลงทุนแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement: PP) จำนวนไม่เกิน 305,844,60 หุ้น และรองรับการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิ (IFEC-W1) จำนวนไม่เกิน 458,766,911 หุ้น ทำให้บริษัทมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว จำนวน 917,533,822 บาท
บริษัทมีการเพิ่มการขยายการลงทุนในธุรกิจด้านพลังงานทดแทน โดยมีการจัดตั้งบริษัทย่อย คือ บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด “IFEE” และบริษัทดังกล่าวนี้ได้ลงทุนในบริษัท กรีน เอนเนอร์จี เทคโนโลยี อิน (ไทยแลนด์) จำกัด “GREEN”, บริษัท คลีน ซิตี้ จำกัด “CC” และ บริษัท เจ.พี. โซล่า พาวเวอร์ จำกัด “JP”

2019

2557

ช่วงเดือนเมษายน 2557 บริษัทได้เข้าซื้อหุ้นในธุรกิจด้านโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ของบริษัท ซันพาร์ค จำกัด และบริษัท ซันพาร์ค 2 จำกัด โดยเข้าไปถือหุ้นร้อยละ 100 % ต่อมาเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2557 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2557 มีมติอนุมัติให้บริษัทดำเนินการปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจของบริษัท เนื่องจากในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาธุรกิจจำหน่ายและให้เช่าเครื่องถ่ายเอกสารนั้น อยู่ในระดับทรงตัวและไม่มีการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสภาพตลาดและการแข่งขันที่สูงขึ้น รวมถึงทาง Konica Minolta Business Solutions Asia Pte Ltd (“KM BSA”) ซึ่งเป็นผู้ให้สิทธิบริษัทภายใต้สัญญาตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ภายใต้แบรนด์ Konica Minolta ได้เริ่มก่อตั้งสำนักงานผู้แทนของตนในประเทศไทยเมื่อปีที่แล้ว ภายใต้ชื่อ บริษัท โคนิก้า มินอลต้า บิสสิเนส โซลูชันส์ (ประเทศไทย) จำกัด (“KM BTH”) เพื่อตรวจสอบ เตรียมความพร้อม และรายงานความเคลื่อนไหวของธุรกิจแก่ KM BSA จึงเป็นสัญญาณทำให้บริษัทเริ่มพิจารณาหาทางเลือกเพิ่มเติมในธุรกิจใหม่ จนกระทั่งได้ตัดสินใจเข้าลงทุนในธุรกิจพลังงานทางเลือก เมื่อประมาณช่วงกลางปี 2556 ประกอบกับสัญญาตัวแทนจำหน่ายฉบับปัจจุบัน ได้หมดอายุลงแล้วเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2557 และผู้ถือหุ้นขณะเดียวกันได้อนุมัติให้บริษัททำการจำหน่ายทรัพย์สินอันเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจจำหน่ายและให้เช่าเครื่องถ่ายเอกสารให้แก่บริษัท โคนิก้า มินอลต้า บิสสิเนส โซลูชันส์ (ประเทศไทย) จำกัด (“KM BTH”) ทั้งนี้ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดต่อลูกค้า พนักงานและผู้ถือหุ้นของบริษัท และจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทให้แก่ บริษัท เอ็นเอ็นดี (ไทยแลนด์) จำกัด รวมถึงอนุมัติให้บริษัทขยายธุรกิจโรงไฟฟ้าอีกหลายโครงการ